ข้ามไปที่เนื้อหา
Michiplan

ไปไหนดี · เที่ยวทั่วญี่ปุ่นด้วยรถไฟ

ที่เที่ยวญี่ปุ่น 33 แห่ง แยกตามภูมิภาค พร้อมวิธีนั่งรถไฟไป

ไปเที่ยวญี่ปุ่นที่ไหนดี รวม 33 ที่เที่ยวเด่นทั่ว 9 ภูมิภาค ตั้งแต่เกียวโตและภูเขาไฟฟูจิไปจนถึงคิวชูและฮอกไกโด แต่ละแห่งบอกว่านั่งรถไฟหรือรถบัสสายไหนไป

ทีม Michiplanอ่าน 23 นาที

เจดีย์ชูเรโตะห้าชั้นสีแดงที่ฟูจิโยชิดะ มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ตัวเมืองอยู่เบื้องล่าง และใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ด้านหน้า
เจดีย์ชูเรโตะและภูเขาไฟฟูจิ ภาพ: Supanut Arunoprayote, CC BY 4.0

ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ที่เที่ยวที่ควรไปเรียงกันเป็นแนวจากโตเกียวถึงฮิโรชิมะ ได้แก่ ตัวเมืองโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิกับฮาโกเน่ เกียวโต นารา โอซาก้า ฮิโรชิมะ และศาลเจ้ากลางทะเลบนเกาะมิยาจิมะ ถ้าไปครั้งที่สองก็ไปไกลขึ้นได้ เช่น เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นแถบทาคายามะและชิราคาวาโกะ ข้ามทะเลเซโตะในไปเกาะชิโกกุ ลงใต้ไปคิวชูและโอกินาวา หรือขึ้นเหนือไปโทโฮคุและฮอกไกโด ที่เที่ยวเกือบทุกแห่งในบทความนี้เดินจากสถานีรถไฟได้ไม่ไกล หรือนั่งรถรางหรือรถบัสต่ออีกนิดเดียว

เราคัดมา 33 แห่งจาก 9 ภูมิภาคของญี่ปุ่น (แบ่งตาม 8 ภูมิภาคที่นิยมใช้ และแยกโอกินาวาออกมาอีกหนึ่ง) แต่ละแห่งบอกสถานีหรือป้ายที่ต้องลง และเกือบทุกแห่งบอกด้วยว่าจากเมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดต้องนั่งรถนานแค่ไหน ข้อมูลเวลาเดินทาง เวลาเปิด และค่าเข้า มาจากเว็บไซต์ของสถานที่นั้น ๆ บริษัทรถไฟและรถบัส และสำนักงานการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ตรวจสอบล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026

สรุปสาระสำคัญ

  • เส้นทางยอดนิยมของทริปแรก: โตเกียว ฮาโกเน่หรือฟูจิ เกียวโต นารา โอซาก้า แล้วต่อฮิโรชิมะและมิยาจิมะ
  • ไปครั้งที่สอง ลองไปเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (ทาคายามะ ชิราคาวาโกะ คานาซาวะ) ชิโกกุ คิวชู โทโฮคุ หรือฮอกไกโด
  • เกือบทุกแห่งในบทความนี้ เดิน นั่งรถราง หรือนั่งรถบัสต่อจากสถานีได้ ยกเว้นชิราคาวาโกะที่ไม่มีรถไฟผ่าน มิยาจิมะกับนาโอชิมะต้องนั่งเรือข้ามฟากช่วงสั้น ๆ และทางเหนือของโอกินาวาต้องนั่งรถบัสไป
  • บางแห่งต้องวางแผนล่วงหน้า: พิพิธภัณฑ์ศิลปะจิชูบนเกาะนาโอชิมะขายเฉพาะตั๋วระบุรอบเวลา รถบัสไปชิราคาวาโกะหลายเที่ยวต้องจองที่นั่ง ส่วนท้องพระโรงหลักของปราสาทชูริที่สร้างใหม่ มีกำหนดเปิดวันที่ 23 พฤศจิกายน 2026

เราเลือกที่เที่ยวเหล่านี้อย่างไร

ที่เที่ยวในบทความนี้ดังทั้งในหมู่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราวครึ่งหนึ่งเป็นมรดกโลกหรือสมบัติแห่งชาติ หรืออยู่ในรายชื่อที่ญี่ปุ่นจัดขึ้นเอง เช่น สามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่น (นิฮงซังเค, Nihon Sankei) ที่เหลือ เช่น ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริและโดทงโบริ เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปกันอยู่แล้ว ทุกแห่งไปได้โดยไม่ต้องขับรถ แต่ทางเหนือของโอกินาวาและเกาะบางแห่งต้องพึ่งรถบัสและเรือข้ามฟากมากกว่ารถไฟ

รายชื่อเรียงตามภูมิภาค เริ่มจากโตเกียวแล้วไล่ออกไปไกลขึ้น ท้ายแต่ละภูมิภาคมีลิงก์ไปหน้ารวมที่เที่ยวของภูมิภาคนั้นใน Michiplan ซึ่งปักหมุดสถานีและป้ายรถบัสที่ใกล้ที่สุดของทุกแห่งไว้บนแผนที่ ส่วนตารางด้านล่างมีลิงก์ไปแผนเที่ยวสำเร็จรูป

ภูมิภาค ไฮไลต์ เมืองที่ควรพัก แผนเที่ยว
คันโต วัดและศาลเจ้าในโตเกียว นิกโก้ ฮาโกเน่ คามาคุระ โตเกียว โตเกียว 4 วัน
ชูบุ ภูเขาไฟฟูจิ ทาคายามะ ชิราคาวาโกะ มัตสึโมโตะ คานาซาวะ คาวากุจิโกะ ทาคายามะ คานาซาวะ ฟูจิและฮาโกเน่, ทาคายามะและคานาซาวะ
คันไซ เกียวโต นารา โอซาก้า ฮิเมจิ อามาโนะฮาชิดาเตะ เกียวโตหรือโอซาก้า เกียวโตและโอซาก้า, โอซาก้าและนารา
ชูโกกุ มิยาจิมะ ฮิโรชิมะ ฮิโรชิมะ ฮิโรชิมะและมิยาจิมะ
ชิโกกุ งานศิลปะบนเกาะนาโอชิมะ สวนริตสึริน ออนเซ็นโดโกะ โอคายามะ ทาคามัตสึ มัตสึยามะ
คิวชู ดาไซฟุ ปราสาทคุมาโมโตะ นางาซากิ เบปปุ ฟุกุโอกะ คิวชู 5 วัน
โอกินาวา ปราสาทชูริ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ นาฮะ โอกินาวา 4 วัน
โทโฮคุ มัตสึชิมะ ฮิราอิซุมิ ฮิโรซากิ เซนได
ฮอกไกโด โอตารุ ฮาโกดาเตะ ซัปโปโร ฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด 5 วัน

โตเกียวและเมืองรอบ ๆ (คันโต)

แค่โตเกียวที่เดียวก็เที่ยวได้เป็นสัปดาห์ และยังมีทริปเช้าเย็นกลับยอดนิยมอีกสามแห่งที่นั่งรถไฟจากโตเกียวไปได้เลย คามาคุระราวหนึ่งชั่วโมง นิกโก้ราวสองชั่วโมง ส่วนหุบเขาภูเขาไฟที่ฮาโกเน่ไกลกว่านั้นอีกหน่อย

ผู้คนกางร่มหลากสีบนทางเดินสู่ประตูโฮโซมง (Hōzōmon) สองชั้นของวัดเซนโซจิ ย่านอาซากุสะ ในวันที่ฝนตก
ประตูโฮโซมงของวัดเซนโซจิยามฝนตก ภาพ: Basile Morin, CC BY-SA 4.0
  • วัดเซนโซจิ อาซากุสะ (Sensō-ji): วัดใหญ่ประจำย่านอาซากุสะ บูชาเจ้าแม่กวนอิม ตามประวัติก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 628 (วัดเซนโซจิ) เดินจากสถานีอาซากุสะแค่ 5 นาที สถานีนี้มีรถไฟใต้ดินสายกินซะ (Ginza) สายโทเออิอาซากุสะ (Toei Asakusa) รถไฟโทบุ (Tobu) และสึคุบะเอ็กซ์เพรส (Tsukuba Express) ผ่าน (วัดเซนโซจิ, การเดินทาง) วิหารหลักเปิด 6:00 (ตุลาคมถึงมีนาคมเปิด 6:30) ปิด 17:00 (วัดเซนโซจิ)
  • ศาลเจ้าเมจิ ฮาราจูกุ (Meiji Jingū): ศาลเจ้าที่สร้างถวายจักรพรรดิเมจิในปี 1920 ตั้งอยู่กลางป่าขนาด 70 เฮกตาร์ ป่านี้ปลูกจากต้นไม้กว่า 100,000 ต้นที่คนทั่วญี่ปุ่นส่งมาถวาย (ศาลเจ้าเมจิ; JNTO) ลงที่สถานีฮาราจูกุ (Harajuku) ของ JR สายยามาโนเตะ (Yamanote) หรือสถานีเมจิจิงงูมาเอะ (Meiji-jingumae) ของรถไฟใต้ดินสายชิโยดะและสายฟุกุโทชิน (JNTO) ประตูศาลเจ้าอยู่ใกล้ทั้งสองสถานี แต่จากประตูต้องเดินผ่านป่าเข้าไปอีกอย่างน้อย 10 นาทีจึงถึงอาคารหลัก (ศาลเจ้าเมจิ, การเดินทาง) เข้าชมฟรี เปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก (ศาลเจ้าเมจิ, การเข้าชม)
  • ศาลเจ้าโทโชกุ นิกโก้ (Nikkō Tōshō-gū): ศาลเจ้าสุดวิจิตรที่สร้างถวายโชกุนโทกุงาวะ อิเอยาสุ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกตั้งแต่ปี 1999 (ศาลเจ้าโทโชกุ) รถไฟด่วนพิเศษ เคงง (Kegon) ของโทบุใช้เวลาราว 1 ชม. 50 นาทีจากอาซากุสะถึงสถานีโทบุนิกโก้ (Tobu-Nikko) จากนั้นนั่งรถบัสท่องเที่ยวมรดกโลก (World Heritage sightseeing bus) ต่ออีกราว 8 นาทีก็ถึงศาลเจ้า (ศาลเจ้าโทโชกุ, การเดินทาง; Tobu Bus) ค่าเข้าผู้ใหญ่ ¥1,600 เดือนเมษายนถึงตุลาคมปิด 17:00 ส่วนพฤศจิกายนถึงมีนาคมปิด 16:00 (ศาลเจ้าโทโชกุ, ค่าเข้าชม)
  • โอวาคุดานิ ฮาโกเน่ (Ōwakudani): หุบเขาภูเขาไฟที่มีไอร้อนพวยพุ่ง เกิดจากการปะทุเมื่อราว 3,000 ปีก่อน ที่นี่ขายไข่ที่ต้มในบ่อน้ำพุร้อนจนเปลือกดำ เชื่อกันว่ากินแล้วอายุยืน (JNTO) รถไฟโรแมนซ์คาร์ (Romancecar) ของโอดาคิวใช้เวลาราว 80 นาทีจากชินจูกุถึงฮาโกเน่ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) ต้องจ่ายค่าที่นั่ง ¥1,200 เพิ่มจากค่าโดยสาร (โอดาคิว) จากนั้นต่อรถอีกสามทอดขึ้นเขา: รถไฟฮาโกเน่โทซัง (Hakone Tozan) ราว 35 นาทีถึงโชโคกุโนะโมริ (Chokoku-no-Mori) สถานีของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งฮาโกเน่ (Hakone Open-Air Museum) แล้วต่ออีกหนึ่งสถานีถึงโกระ (Gora) ต่อด้วยเคเบิลคาร์จากโกระถึงโซอุนซัง (Sounzan) ราว 10 นาที แล้วขึ้นกระเช้าฮาโกเน่ (Hakone Ropeway) ไปโอวาคุดานิ (โอดาคิว, Hakone Freepass) รวมเวลาเปลี่ยนรถแล้ว จากชินจูกุใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วโมงครึ่ง หุบเขาอยู่ห่างจากสถานีกระเช้าแค่เดิน 3 นาที เปิด 9:00-16:20 (ธันวาคมและมกราคมปิด 16:00) (โอดาคิว, โอวาคุดานิ)
  • พระใหญ่คามาคุระ (วัดโคโตคุอิน): พระพุทธรูปสำริดสูง 11.3 เมตร เริ่มสร้างในปี 1252 ปัจจุบันเป็นสมบัติแห่งชาติ ประดิษฐานกลางแจ้งที่วัดโคโตคุอิน (Kōtoku-in) (วัดโคโตคุอิน) จากสถานีโตเกียวนั่ง JR สายโยโกสุกะ (Yokosuka) ราวหนึ่งชั่วโมงถึงคามาคุระ (สมาคมการท่องเที่ยวเมืองคามาคุระ) จากนั้นนั่งรถไฟเอโนเด็น (Enoden) ต่ออีกสามสถานีถึงฮาเสะ (Hase) แล้วเดินอีก 7 นาทีถึงวัด ค่าเข้า ¥300 (วัดโคโตคุอิน)

ดูวัด พิพิธภัณฑ์ และทริปเช้าเย็นกลับอื่น ๆ ได้ที่ ที่เที่ยวคันโตบนแผนที่

ภูเขาไฟฟูจิและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (ชูบุ)

ภาคกลางเป็นส่วนที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น ทางใต้มีภูเขาไฟฟูจิ ตรงกลางคือเทือกเขาแอลป์เหนือ และถัดออกไปคือชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นที่หิมะตกหนัก ที่นี่ยังมีเมืองเก่าหลายแห่งที่รักษาสภาพไว้ได้ดีที่สุดในญี่ปุ่น คนจึงนิยมเที่ยวทาคายามะ ชิราคาวาโกะ และคานาซาวะรวมกันในทริปเดียว

หมู่บ้านโองิมาจิ (Ogimachi) ในชิราคาวาโกะมองจากมุมสูง: บ้านชาวนาแบบกัสโชซึกุริ (gasshō-zukuri) หลังคามุงจากทรงสูงชัน ท่ามกลางนาข้าวสีทองและต้นไม้
หมู่บ้านโองิมาจิ ชิราคาวาโกะ ช่วงปลายฤดูร้อน ภาพ: 663highland, CC BY 2.5
  • เจดีย์ชูเรโตะ ฟูจิโยชิดะ (Chureito Pagoda): เจดีย์สีแดงบนเนินเขาที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง อยู่ในสวนอาราคุระยามะเซ็นเง็น (Arakurayama Sengen Park) เหนือตัวเมือง คือวิวเดียวกับภาพปกของบทความนี้ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีชิโมโยชิดะ (Shimoyoshida) ของรถไฟฟูจิคิว (Fujikyu) นั่งรถไฟจากชินจูกุราวสองชั่วโมง โดยเปลี่ยนจาก JR สายชูโอ (Chuo) ที่สถานีโอสึกิ (Otsuki) จากสถานีเดินตามป้ายราว 30 นาทีก็ถึงเจดีย์ (รถไฟฟูจิคิว)
  • เมืองเก่าทาคายามะ: ย่านซันมาจิ (Sanmachi) ถนนที่เรียงรายด้วยบ้านพ่อค้าเก่าที่สร้างด้วยไม้สีเข้ม เดินจากสถานี JR ทาคายามะแค่ 12 นาที รถไฟด่วนพิเศษ ฮิดะ (Hida) ใช้เวลาราว 2 ชม. 20 นาทีจากนาโกย่า (การท่องเที่ยวฮิดะทาคายามะ; ซันมาจิ)
  • หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go): บ้านชาวนาแบบ กัสโชซึกุริ หลังคาทรงสูงชันกว่าร้อยหลังกลางหุบเขา เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1995 (สมาคมการท่องเที่ยวชิราคาวาโกะ) ที่นี่ไม่มีรถไฟ: รถบัสโนฮิ (Nohi Bus) วิ่งระหว่างทาคายามะกับชิราคาวาโกะวันละ 16 รอบไปกลับ ขาละราว 50 นาที บางเที่ยวเป็นแบบจองที่นั่งเท่านั้น ค่าโดยสาร ¥2,800 และจะขึ้นเป็น ¥2,900 ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2026 (รถบัสโนฮิ) ส่วนรถบัสจากคานาซาวะใช้เวลาราว 1 ชม. 15 นาที และส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า (Visit Kanazawa)
  • ปราสาทมัตสึโมโตะ: หอปราสาทผนังสีดำที่สร้างในช่วงทศวรรษ 1590 และเป็นสมบัติแห่งชาติตั้งแต่ปี 1936 (ปราสาทมัตสึโมโตะ) เดินจากสถานีมัตสึโมโตะราว 15 นาที ส่วนจากชินจูกุ รถไฟด่วนพิเศษ อาซึสะ (Azusa) ใช้เวลาราวสองชั่วโมงครึ่งถึงสถานีมัตสึโมโตะ (ปราสาทมัตสึโมโตะ, การเดินทาง; Visit Matsumoto) ค่าเข้าผู้ใหญ่ ¥1,300 หรือ ¥1,200 ถ้าซื้ออีทิกเก็ต (ปราสาทมัตสึโมโตะ, ข้อมูลการเข้าชม)
  • สวนเค็นโรคุเอ็น คานาซาวะ: หนึ่งในสามสวนชื่อดังของญี่ปุ่น เข้าฟรีช่วงเช้าตรู่ ดูเวลาเปิด ค่าเข้า และรถบัสวนรอบเมืองจากสถานีได้ในบทความสามสวนชื่อดังของญี่ปุ่น

ปราสาทคานาซาวะ ห้าทะเลสาบฟูจิ และหุบเขาในเทือกเขาแอลป์ ดูได้ทั้งหมดที่ ที่เที่ยวชูบุบนแผนที่

เกียวโต นารา และโอซาก้า (คันไซ)

ถ้าเที่ยวได้แค่ภูมิภาคเดียว ให้เลือกคันไซ เกียวโตมีวัดวาอาราม นาราห่างไปแค่ครึ่งชั่วโมง ส่วนโอซาก้าคือเมืองตระเวนกินตอนเย็น ทั้งสามเมืองอยู่ใกล้กันจนพักเมืองเดียว แล้วไปอีกสองเมืองแบบเช้าเย็นกลับได้

ทางเดินโค้งลอดอุโมงค์เสาโทริอิสีส้มสดที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ บนเสามีตัวอักษรสีดำจารึกไว้ และมีโคมไฟแขวนอยู่
ทางเดินลอดโทริอิที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ภาพ: Basile Morin, CC BY-SA 4.0
  • ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เกียวโต (Fushimi Inari Taisha): ศาลเจ้าที่มีเสาโทริอิสีส้มเรียงต่อกันเป็นแนวยาวขึ้นไปบนภูเขาอินาริ (JNTO) อยู่ติดสถานีอินาริของ JR สายนารา ห่างจากสถานีเกียวโตแค่ 2 สถานี ใช้เวลา 5 นาที (ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ) ศาลเจ้าไม่มีเวลาปิด บทความในเว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการของเกียวโตแนะนำให้ไปตอนรุ่งสาง ตอนที่ทางเดินลอดโทริอิยังเงียบ (สมาคมการท่องเที่ยวเมืองเกียวโต)
  • วัดคิโยมิสึเดระ เกียวโต (Kiyomizu-dera): วัดที่มีระเบียงไม้ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่สูงบนเนินเขาฝั่งตะวันออกของเกียวโต นั่งรถบัสเมืองสาย 206 หรือ 100 จากสถานีเกียวโตไปลงป้ายโกโจซากะ (Gojozaka) แล้วเดินขึ้นเนินอีก 10 นาที วัดเปิด 6:00 (วัดคิโยมิสึเดระ)
  • ป่าไผ่อาราชิยามะ เกียวโต: จากสถานีเกียวโตนั่ง JR ราว 11 นาทีถึงสถานีซากะอาราชิยามะ (Saga-Arashiyama) แล้วเดินต่ออีก 10 นาทีถึงป่าไผ่ (สมาคมการท่องเที่ยวเมืองเกียวโต; JNTO) ป่าไผ่เป็นทางเดินสาธารณะ เข้าฟรีและเปิดตลอด ไปตอนรุ่งสางก็เลี่ยงคนได้
  • วัดโทไดจิและสวนนารา: วิหารพระใหญ่ (Great Buddha Hall) ระหว่างทางเดินผ่านสวนนาราจะได้เจอกวาง ตามข้อมูลของ Visit Nara รถไฟคินเท็ตสึใช้เวลาราว 34 นาทีถึงสถานีคินเท็ตสึนารา (Kintetsu-Nara) ทั้งจากเกียวโต (รถด่วนพิเศษ) และจากโอซาก้านัมบะ (รถด่วน) (Visit Nara) จากสถานีเดินไปวัดราว 20 นาที (วัดโทไดจิ) ค่าเข้าวิหาร ¥800 เปิด 8:00-17:00 (พฤศจิกายนถึงมีนาคม) และ 7:30-17:30 (เมษายนถึงตุลาคม) (วัดโทไดจิ, เวลาเปิด)
  • ปราสาทฮิเมจิ: ปราสาทสีขาวบนเนินเขา เป็นทั้งมรดกโลกและสมบัติแห่งชาติ จากชินโอซาก้านั่งชินคันเซ็นสายซันโยราว 30 นาที แล้วเดินจากสถานีฮิเมจิอีก 20 นาที เปิด 9:00-17:00 เข้าได้ถึง 16:00 ค่าเข้าผู้ใหญ่ ¥2,500 (ราคาสำหรับคนที่ไม่ได้อาศัยในฮิเมจิ) (ปราสาทฮิเมจิ)
  • โดทงโบริ โอซาก้า: ย่านริมคลองที่เต็มไปด้วยป้ายไฟนีออนและสตรีทฟู้ด เดินจากสถานีนัมบะของรถไฟใต้ดินสายมิโดสึจิ (Midosuji) ขึ้นไปทางเหนือไม่กี่นาที (JNTO) ควรมาหลังฟ้ามืด
  • อามาโนะฮาชิดาเตะ: สันทรายที่มีต้นสนขึ้นเรียงรายทอดตัวขวางอ่าวริมทะเลญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่น รถไฟด่วนพิเศษ ฮาชิดาเตะ (Hashidate) วิ่งจากเกียวโต สำนักงานการท่องเที่ยวของเมืองบอกว่าใช้เวลาราวสองชั่วโมง ส่วน JNTO บอกราวสองชั่วโมงครึ่ง (สมาคมการท่องเที่ยวอามาโนะฮาชิดาเตะ; JNTO) ไปเช้าเย็นกลับได้แต่ต้องใช้เวลาทั้งวัน หรือจะค้างริมทะเลสักคืนก็ได้

คันไซมีที่เที่ยวมากเกินกว่าทริปเดียวจะเก็บหมด ดูทั้งหมดได้ที่ ที่เที่ยวคันไซบนแผนที่ หรือดูสามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่นรวมกันบนแผนที่เดียว

ฮิโรชิมะและมิยาจิมะ (ชูโกกุ)

ทริปแรกส่วนใหญ่ไปสุดทางฝั่งตะวันตกที่ฮิโรชิมะ ที่นี่ควรให้เวลาสองวัน วันหนึ่งดูอนุสรณ์สถานสันติภาพในเมือง อีกวันข้ามอ่าวไปเกาะมิยาจิมะ

เสาโทริอิสีส้มขนาดใหญ่ของศาลเจ้าอิสึกุชิมะตั้งอยู่กลางทะเลนอกเกาะมิยาจิมะช่วงน้ำขึ้น ด้านหลังเป็นแนวเขาบนแผ่นดินใหญ่และเรือข้ามฟาก
โทริอิของศาลเจ้าอิสึกุชิมะช่วงน้ำขึ้น ภาพ: Jakub Hałun, CC BY 4.0
  • ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ มิยาจิมะ (Itsukushima Shrine): ศาลเจ้าที่สร้างอยู่เหนือน้ำ ตอนน้ำขึ้นเสาโทริอิขนาดใหญ่จะตั้งอยู่กลางทะเล จากฮิโรชิมะนั่ง JR ราว 30 นาทีถึงมิยาจิมะกุจิ (Miyajimaguchi) แล้วต่อเรือข้ามฟากอีกราว 10 นาที (ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ, การเดินทาง) ค่าเข้า ¥300 เปิด 6:30 เดือนมีนาคมถึงกลางตุลาคมปิด 18:00 ช่วงอื่นของปีปิดเร็วกว่านั้น โดยเดือนธันวาคมปิด 17:00 (ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ, ค่าเข้าชม)
  • สวนอนุสรณ์สันติภาพและโดมระเบิดปรมาณู: ซากโดมซึ่งเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1996 กับสวนที่อยู่ติดกัน คืออนุสรณ์สถานที่ฮิโรชิมะสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการทิ้งระเบิดปรมาณูในปี 1945 (เมืองฮิโรชิมะ) จากสถานีฮิโรชิมะนั่งรถรางสาย 2 หรือ 6 ราว 20 นาทีถึงป้ายเก็มบะคุโดมุมาเอะ (Genbaku Dome-mae) (เมืองฮิโรชิมะ) พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพในสวนเก็บค่าเข้าผู้ใหญ่ ¥200 (พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ)

ปราสาทโอคายามะ ย่านคลองเก่าคุราชิกิ และปราสาทมัตสึเอะ ดูได้ที่ ที่เที่ยวชูโกกุบนแผนที่

ชิโกกุและทะเลเซโตะใน

ชิโกกุเป็นเกาะที่เล็กที่สุดในสี่เกาะหลักของญี่ปุ่น อยู่อีกฝั่งทะเลเซโตะใน ตรงข้ามโอคายามะและฮิโรชิมะ ที่เที่ยวขึ้นชื่อส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง ส่วนเกาะศิลปะนาโอชิมะ นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรืออูโนะ (Uno) ใกล้โอคายามะไปไม่นาน

อาคารฮงกังของออนเซ็นโดโกะที่มัตสึยามะยามพลบค่ำ: โรงอาบน้ำไม้สามชั้นหลังคามุงกระเบื้อง หน้าต่างเปิดไฟสว่าง และมีรถลากจอดอยู่ด้านหน้า
อาคารฮงกังของออนเซ็นโดโกะยามพลบค่ำ ภาพ: Japanexperterna.se, CC BY-SA 3.0
  • เกาะนาโอชิมะและพิพิธภัณฑ์ศิลปะจิชู: เกาะแห่งศิลปะร่วมสมัยกลางทะเลเซโตะใน จากโอคายามะนั่ง JR สายอูโนะไปสถานีอูโนะ (ราว 50 นาที) แล้วต่อเรือข้ามฟาก 20 นาทีไปท่าเรือมิยาโนอุระ (Miyanoura) บนเกาะนาโอชิมะ (Benesse Art Site Naoshima) พิพิธภัณฑ์ศิลปะจิชูต้องจองตั๋วแบบระบุวันและเวลา ถ้าตั๋วออนไลน์ขายหมดก็จะไม่มีขายหน้างาน ปิดทุกวันจันทร์ ค่าเข้าผู้ใหญ่ ¥2,500 ถึง ¥3,000 ขึ้นอยู่กับวันและช่องทางที่ซื้อ (พิพิธภัณฑ์ศิลปะจิชู)
  • สวนริตสึริน ทาคามัตสึ: สวนแบบเดินชมที่มีสระน้ำและต้นสนตัดแต่งรูปทรง อยู่เชิงเนินเขาที่ปกคลุมด้วยป่า เดินจากสถานี JR ริตสึรินโคเอ็นคิตะกุจิ (Ritsurin-koen-kitaguchi) 3 นาที หรือจากสถานีริตสึรินโคเอ็นของรถไฟโคโตเด็น (Kotoden) 10 นาที ค่าเข้าผู้ใหญ่ ¥500 (จังหวัดคางาวะ)
  • ออนเซ็นโดโกะ มัตสึยามะ: ออนเซ็นที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อาคารฮงกัง (Honkan) เป็นโรงอาบน้ำไม้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญตั้งแต่ปี 1994 กลับมาเปิดเต็มรูปแบบในเดือนกรกฎาคม 2024 หลังซ่อมแซมนานห้าปีครึ่ง ค่าแช่บ่อคามิโนะยุ (Kami-no-Yu) ¥700 (ออนเซ็นโดโกะ) จากสถานี JR มัตสึยามะนั่งรถรางอิโยเท็ตสึ (Iyotetsu) ราว 25 นาที (ออนเซ็นโดโกะ, การเดินทาง)

ที่เที่ยวอื่น ๆ บนเกาะ รวมถึงศาลเจ้าโคโตฮิระกู (Kotohira-gū) บนยอดเขา ดูได้ที่ ที่เที่ยวชิโกกุบนแผนที่

คิวชู

คิวชูเป็นเกาะใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ อากาศอบอุ่น มีภูเขาไฟ และมีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ทั่วเกาะ ฟุกุโอกะเป็นประตูสู่คิวชู จากที่นี่มีชินคันเซ็นลงใต้ไปคุมาโมโตะ และรถไฟด่วนไปทางตะวันตกถึงนางาซากิ

หอปราสาทสีดำขาวของปราสาทคุมาโมโตะตั้งอยู่เหนือกำแพงหินโค้ง มีนักท่องเที่ยวเดินตามทางด้านล่าง
ปราสาทคุมาโมโตะในปี 2009 ภาพ: 663highland, CC BY 2.5
  • ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ: ศาลเจ้าที่บูชาซูงาวาระ โนะ มิจิซาเนะ (Sugawara no Michizane) ที่คนญี่ปุ่นนับถือเป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษา วัฒนธรรม และศิลปะ (ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ) จากสถานีนิชิเท็ตสึฟุกุโอกะ (เท็นจิน) นั่งรถไฟนิชิเท็ตสึ แล้วเปลี่ยนที่ฟุตสึกะอิจิ (Futsukaichi) ไปดาไซฟุ รวมราว 30 นาที จากสถานีเดินอีก 5 นาทีก็ถึงศาลเจ้า (ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ, การเดินทาง)
  • ปราสาทคุมาโมโตะ: หนึ่งในปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น หอปราสาทกลับมาเปิดแล้ว แต่งานซ่อมกำแพงและพื้นที่รอบ ๆ ที่เสียหายจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะปี 2016 ยังมีแผนทำต่อไปจนถึงปีงบประมาณ 2052 (เมืองคุมาโมโตะ, ภาษาญี่ปุ่น) ชินคันเซ็นจากฮากาตะถึงคุมาโมโตะใช้เวลาราว 33 นาที จากนั้นนั่งรถรางของเมืองไปป้ายคุมาโมโตะโจ/ชิยาคุโชมาเอะ (Kumamoto Castle/City Hall) ค่าโดยสาร ¥200 ราคาเดียวตลอดสาย แล้วเดินขึ้นผ่านซากุระโนะบาบะ โจไซเอ็น (Sakura-no-Baba Josaien) ราว 15 นาที (เมืองคุมาโมโตะ) ปราสาทเปิด 9:00-17:00 เข้าได้ถึง 16:00 ค่าเข้าผู้ใหญ่ ¥800 (ปราสาทคุมาโมโตะ)
  • สวนโกลเวอร์ นางาซากิ: บนเนินเขาเหนือท่าเรือนางาซากิมีบ้านสไตล์ตะวันตกจากศตวรรษที่ 19 หลายหลัง รวมถึงบ้านโกลเวอร์หลังเดิม (former Glover House) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “แหล่งมรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมสมัยเมจิของญี่ปุ่น” (สวนโกลเวอร์) จากฮากาตะนั่ง JR ถึงนางาซากิราว 1 ชม. 20 นาที (จังหวัดนางาซากิ) ค่าเข้าผู้ใหญ่ขึ้นเป็น ¥1,300 ตั้งแต่ 1 เมษายน 2026 สวนเปิด 8:00-18:00 (สวนโกลเวอร์, คู่มือการเข้าชม)
  • บ่อนรกเบปปุ: บ่อน้ำพุร้อนเจ็ดแห่งที่มีไอน้ำพวยพุ่ง เรียกว่า จิโงกุ (jigoku) หรือ “นรก” มีไว้ชม ไม่ได้มีไว้ลงแช่ รถไฟด่วนพิเศษ โซนิก (Sonic) ใช้เวลาราวสองชั่วโมงจากฮากาตะถึงเบปปุ (JNTO, เบปปุ) จากสถานีเบปปุนั่งรถบัสสาย 2, 5, 24 หรือ 41 ราว 20 นาทีไปลงป้ายคันนาวะ (Kannawa) หรืออุมิจิโงกุมาเอะ (Umi-Jigoku-mae) ตั๋วรวมเข้าชมบ่อนรกครบทั้งเจ็ดแห่งราคา ¥2,000 (JNTO, บ่อนรกเบปปุ)

ภูเขาอาโสะ ซากุระจิมะ และที่เที่ยวอื่น ๆ บนเกาะ ดูได้ที่ ที่เที่ยวคิวชูบนแผนที่

โอกินาวา

หมู่เกาะโอกินาวาเคยเป็นอาณาจักรริวกิว และทุกวันนี้ก็ยังให้ความรู้สึกต่างจากญี่ปุ่นส่วนอื่น ทั้งทะเลปะการัง อาหารพื้นถิ่นของตัวเอง และปราสาทของราชวงศ์ที่ไม่เหมือนปราสาทไหนบนแผ่นดินใหญ่ ในนาฮะมีรถไฟโมโนเรลชื่อยุยเรล (Yui Rail) แต่พอออกนอกเมืองต้องนั่งรถบัสหรือขับรถ

กระเบนราหูมองจากด้านล่าง ว่ายผ่านตู้หลักขนาดมหึมาของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิโอกินาวา มีแสงส่องลงมาผ่านน้ำสีฟ้า
กระเบนราหูในตู้หลักของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ ภาพ: Bernie Ongewe, CC BY-SA 4.0
  • ปราสาทชูริ นาฮะ: พระราชวังของกษัตริย์ริวกิว และเป็นหนึ่งในห้าแหล่งปราสาทของโอกินาวาที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก (JNTO) ท้องพระโรงหลักหรือเซเด็น (Seiden) ถูกไฟไหม้เมื่อเดือนตุลาคม 2019 ส่วนท้องพระโรงที่สร้างใหม่มีกำหนดเปิดให้เข้าชมวันที่ 23 พฤศจิกายน 2026 (จดหมายข่าว JNTO, สิงหาคม 2026) จากสถานีชูริของยุยเรล เดินราว 15 นาทีถึงประตูชูเรมง (Shureimon) (อุทยานปราสาทชูริ)
  • พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิโอกินาวา: พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางตอนเหนือของเกาะหลัก หัวใจของที่นี่คือตู้ปลายักษ์คุโรชิโอะซี (Kuroshio Sea) ที่มีฉลามวาฬและกระเบนราหูว่ายอยู่ (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ) รถบัสด่วนจากสนามบินนาฮะใช้เวลาราวสามชั่วโมง และจากป้ายคิเนนโคเอ็นมาเอะ (Kinen Koen Mae) เดินต่ออีกราว 10 นาที เปิด 8:30-18:30 เกือบตลอดปี เข้าได้ถึง 17:30 (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ, การเดินทาง; เวลาเปิด)

ชายหาดและเกาะรอบนอก ดูได้ที่ ที่เที่ยวโอกินาวาบนแผนที่

โทโฮคุ

ทริปแรกส่วนใหญ่มักไม่ได้แวะภาคเหนือของเกาะฮนชู ทั้งที่มีหนึ่งในสามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่น วัดที่เป็นมรดกโลก และปราสาทที่ขึ้นชื่อเรื่องซากุระ ชินคันเซ็นสายโทโฮคุวิ่งจากโตเกียวขึ้นเหนือไปตามแนวกลางของภูมิภาค

เกาะหินสีอ่อนเล็ก ๆ ที่มีต้นสนขึ้นอยู่ด้านบน โผล่ขึ้นจากน้ำสีฟ้าของอ่าวมัตสึชิมะ ด้านหลังมีเกาะเล็กที่ปกคลุมด้วยต้นไม้อีกหลายเกาะ
เกาะเล็กที่มีต้นสนบนยอดแห่งหนึ่งในมัตสึชิมะ ภาพ: lumoplank, CC0
  • มัตสึชิมะ: อ่าวที่มีเกาะเล็ก ๆ ปกคลุมด้วยต้นสนกระจายอยู่ราว 260 เกาะ เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่น (สมาคมการท่องเที่ยวมัตสึชิมะ) จากเซนไดนั่ง JR สายเซ็นเซกิ (Senseki) ราว 40 นาที และจากสถานีมัตสึชิมะไคกัง (Matsushima-Kaigan) เดินไปท่าเรือนำเที่ยวราว 6 นาที (มัตสึชิมะ)
  • วัดชูซนจิ ฮิราอิซุมิ (Chūson-ji): วัดบนไหล่เขาที่ขึ้นชื่อที่สุดเรื่องคนจิกิโด (Konjikidō) ศาลาเล็ก ๆ ที่ปิดทองคำเปลวทั้งหลัง สร้างเสร็จในปี 1124 และเป็นอาคารสมัยศตวรรษที่ 12 หลังเดียวในวัดที่ยังคงสภาพเดิม (วัดชูซนจิ) วัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกฮิราอิซุมิที่ขึ้นทะเบียนในปี 2011 ชินคันเซ็นสายโทโฮคุใช้เวลาราว 2 ชม. 10 นาทีจากโตเกียวถึงอิจิโนเซกิ (Ichinoseki) แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นอีก 8 นาทีถึงฮิราอิซุมิ (สมาคมการท่องเที่ยวฮิราอิซุมิ) จากสถานีเดินไปทางเข้าวัดราว 20 นาที (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวโทโฮคุ) ค่าเข้าชมคนจิกิโดและพิพิธภัณฑ์ ¥1,000 ช่วง 4 พฤศจิกายนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ วัดปิด 16:30 (วัดชูซนจิ)
  • ปราสาทฮิโรซากิ: หอปราสาทแห่งเดียวในโทโฮคุที่หลงเหลือมาจากสมัยเอโดะ รายล้อมด้วยต้นซากุระราว 2,600 ต้น เทศกาลซากุระจัดทุกปีตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม (JNTO) จากสถานีฮิโรซากินั่งรถบัสราว 15 นาที หรือเดินราว 30 นาที (สวนฮิโรซากิ)

ทะเลสาบโทวาดะ ภูเขาบันได และที่เที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาค ดูได้ที่ ที่เที่ยวโทโฮคุบนแผนที่

ฮอกไกโด

เกาะเหนือสุดของญี่ปุ่นกว้างใหญ่ เปิดโล่ง และหิมะตกหนักในฤดูหนาว ซัปโปโรเป็นศูนย์กลาง ส่วนฮาโกดาเตะทางใต้เป็นเมืองใหญ่เมืองแรกที่จะถึงถ้ามาจากโตเกียว โดยนั่งชินคันเซ็นมาลงสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ (Shin-Hakodate-Hokuto)

คลองโอตารุยามพลบค่ำ โกดังอิฐและหินเก่าทางขวาสะท้อนเงาบนผิวน้ำ และมีตะเกียงแก๊สเปิดไฟเรียงตามทางเดิน
คลองโอตารุยามพลบค่ำ ภาพ: Tan Wei Liang Byorn, CC BY-SA 4.0
  • คลองโอตารุ: คลองที่มีโกดังหินเรียงรายริมน้ำ เดินจากสถานี JR โอตารุราว 10 นาที (องค์การการท่องเที่ยวฮอกไกโด) รถไฟเร็ว (Rapid) จากซัปโปโรใช้เวลา 30 ถึง 35 นาที (JNTO) ควรมาช่วงเย็นตอนตะเกียงเริ่มเปิดไฟ
  • ภูเขาฮาโกดาเตะ: คนขึ้นมาที่นี่เพื่อดูวิวกลางคืน เห็นตัวเมืองทอดตัวบนแผ่นดินคอดแคบระหว่างอ่าวสองฝั่ง จากสถานีฮาโกดาเตะนั่งรถราง 5 นาทีถึงป้ายจูจิไก (Jujigai) แล้วเดินขึ้นเนินชันอีก 10 นาทีถึงสถานีกระเช้า (เมืองฮาโกดาเตะ) นั่งกระเช้าขึ้นไปแค่สามนาที ค่าโดยสารไปกลับ ¥1,800 ทุกฤดูใบไม้ร่วงกระเช้าจะปิดตรวจสภาพสองสามสัปดาห์ ควรเช็กวันปิดก่อนไป (กระเช้าภูเขาฮาโกดาเตะ; ค่าโดยสาร) จากซัปโปโรไปฮาโกดาเตะใช้เวลาราว 3 ชม. 30 นาทีด้วยรถไฟด่วนพิเศษ โฮคุโตะ (Hokuto) และจากโตเกียวราว 4 ชม. 30 นาทีด้วยชินคันเซ็น โดยเปลี่ยนรถที่ชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ (เมืองฮาโกดาเตะ, การเดินทาง)

บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond) ที่บิเอ และหุบเขาไอร้อนที่โนโบริเบ็ตสึ ดูได้ที่ ที่เที่ยวฮอกไกโดบนแผนที่

จากรายชื่อสู่ทริปจริง

33 แห่งเที่ยวทริปเดียวไม่หมด และส่วนที่ยากไม่ใช่การเลือก แต่เป็นการจัดให้ลงตัว ปราสาทฮิเมจิเข้าได้ถึง 16:00 ศาลเจ้าอิสึกุชิมะปิดเร็วขึ้นในฤดูหนาว พิพิธภัณฑ์ศิลปะจิชูปิดวันจันทร์และต้องจองล่วงหน้า ส่วนรถบัสไปชิราคาวาโกะก็มีจำนวนเที่ยวต่อวันจำกัด ลำพังรายชื่อบอกไม่ได้ว่าแต่ละแห่งควรไปวันไหน

หน้ารวมที่เที่ยวของ Michiplan และตัววางแผนทริปทำมาเพื่อเรื่องนี้ ทุกแห่งในบทความนี้มีอยู่ในหน้ารวมที่เที่ยว พร้อมเวลาเปิดและค่าเข้า (ถ้ามีข้อมูล) และสถานีกับป้ายรถบัสที่ใกล้ที่สุดบนแผนที่ เลือกที่ที่อยากไป ใส่วันเดินทาง แล้ว Michiplan จะจัดแต่ละวันให้ ว่าวันไหนไปที่ไหน ไปตามลำดับไหน และนั่งรถไฟหรือรถบัสอะไรต่อกัน ระบบจะเช็กเวลาเปิดของแต่ละแห่งกับวันที่ไป พิพิธภัณฑ์ที่ปิดวันจันทร์จึงถูกย้ายไปวันอื่นให้เอง นอกเมืองใหญ่ การเดินทางหลายช่วงคำนวณจากตารางเวลาที่ผู้ให้บริการเผยแพร่ ส่วนในโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า เวลาเดินทางส่วนใหญ่เป็นค่าประมาณ เพราะรถไฟในเมืองหลายสายไม่ได้เผยแพร่ตารางเวลาเป็นข้อมูลเปิด ตัววางแผนจะทำเครื่องหมายไว้ว่าช่วงไหนเป็นค่าประมาณ

คำถามที่พบบ่อย

ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ควรไปที่ไหนดี

เริ่มจากโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า แล้วแวะนาราแบบเช้าเย็นกลับจากเกียวโตหรือโอซาก้า ถ้าอยากเห็นภูเขาให้เพิ่มฮาโกเน่หรือห้าทะเลสาบฟูจิ ถ้ามีเวลาเกินหนึ่งสัปดาห์ก็เพิ่มฮิโรชิมะกับมิยาจิมะ ที่เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ตามแนวหรือใกล้เส้นทางชินคันเซ็นสายโตเกียว-ฮิโรชิมะ

ที่เที่ยวญี่ปุ่นที่สวยที่สุดมีที่ไหนบ้าง

สวยแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ลองเริ่มจากที่ที่คนญี่ปุ่นเองยกย่องมานาน ได้แก่ สามทิวทัศน์งามของญี่ปุ่น (มัตสึชิมะ อามาโนะฮาชิดาเตะ และมิยาจิมะ) ภูเขาไฟฟูจิ และหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ ส่วนเกียวโตช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และฮิโรซากิช่วงซากุระบาน ก็หาที่ไหนเทียบได้ยาก

ทุกที่ในบทความนี้นั่งรถไฟไปได้ไหม

ได้เกือบทั้งหมด ชิราคาวาโกะไม่มีรถไฟ ช่วงสุดท้ายจึงต้องนั่งรถบัสจากทาคายามะหรือคานาซาวะ นาโอชิมะและมิยาจิมะต้องนั่งเรือข้ามฟากช่วงสั้น ๆ ส่วนโอกินาวามีรถไฟอยู่สายเดียว คือโมโนเรลยุยเรลในนาฮะและบริเวณใกล้เคียง การไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิจึงต้องนั่งรถบัสจากตัวเมืองนานพอสมควร

วันเดียวเที่ยวได้กี่ที่

ไม่มีตัวเลขตายตัว แล้วแต่สถานที่ ในเกียวโต ถ้าที่เที่ยวอยู่ใกล้กันก็มักเก็บได้สามถึงสี่แห่งต่อวัน แต่ถ้าไปนิกโก้หรืออามาโนะฮาชิดาเตะแบบเช้าเย็นกลับ ส่วนใหญ่จะได้เที่ยวแค่พื้นที่เดียว และต้องนั่งรถไปกลับนาน ตัววางแผนจะแสดงว่าที่ไหนลงได้ในวันไหน และบอกด้วยว่าที่ไหนจัดไม่ลงเพราะอะไร

เกี่ยวกับบทความนี้

ทีมงาน Michiplan ค้นคว้าข้อมูลในบทความนี้จากเว็บไซต์ของแต่ละสถานที่ บริษัทรถไฟและรถบัส JNTO และสำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่น และตรวจสอบทุกข้อมูลกับหน้าเว็บเหล่านั้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 เวลาเปิด ค่าเข้า และตารางเวลาอาจเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่และช่วงที่ปรับตารางเดินรถทุกฤดูใบไม้ผลิ ควรเช็กอีกครั้งก่อนไป ดูที่มาของข้อมูลใน Michiplan ได้ที่ หน้าแหล่งข้อมูล ถ้าเจอข้อผิดพลาด แจ้งเราได้ที่ hello@michiplan.com ดูเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดการใช้งาน ของเรา

แหล่งข้อมูล

ข้อมูลสถานที่และการเดินทาง (เข้าถึงทั้งหมดเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2026):

ภาพถ่ายจาก Wikimedia Commons:

รวมที่ที่อยากไปไว้บนแผนที่เดียว

ทุกแห่งในบทความนี้มีอยู่ใน Michiplan พร้อมสถานีและป้ายรถบัสที่ใกล้ที่สุด เลือกที่ที่อยากไป แล้ว Michiplan จะจัดแต่ละแห่งลงในวันที่เปิด เรียงลำดับให้ และบอกรถไฟกับรถบัสที่ต้องนั่งต่อระหว่างกัน

ดูที่เที่ยวในญี่ปุ่น